Review Trip เที่ยวภูกระดึง ภาค 2
บน ภูกระดึง คือที่ราบอันกว้างใหญ่ สำหรับจุดแรกที่เราจะเจอหลังจากที่เดินทางผ่าน ซำ มาหลาย ซำ ก็คือบริเวณที่เรียกว่า หลังแป ซึ่งเป็นที่ตั้งของป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” นั่นเอง ใครมาถึงก็ต้องถ่ายรูป ประมาณว่ากรูจะไม่ไหวแล้วขอถ่ายก่อนเหนื่อยตาย ตรงนี้จะใบ้ให้นิดนึงว่า มันจะมีป้ายลักษณะเดียวกันอยู่ที่บริเวณจุดกางเต้นท์ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนั่นแหละ ใครที่ไม่อยากไปเบียดเสียดถ่ายรูปกับเค้า ก็ รอไว้ก่อนก็ได้ ไม่ถูกใจขากลับมาถ่ายก็ยังไม่สาย
วันแรก ที่ภูกระดึง
ขึ้นมาถึงภูกระดึง ไป ผาหมากดูก ก่อนเลย
หลายๆคนพอเดินขึ้นมาถึง หลังแป แล้วก็มักจะเดินจ้ำๆ ต่อไปที่จุดบริการที่พักโดยใช้เส้นทางสั้น ประมาณ 3 โลฯ กว่าๆ ตรงนี้นับน่าเสียดายมากๆ ที่พลาดการดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก จากแผนที่จะเห็นได้ว่า เราจะเดินไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยวได้สองเส้นทาง คือ เส้นทางป่าราบ กับ เส้นผาหมากดูก ซึ่งไกลกว่า แต่ก็คุ้มเพราะเราจะได้มีโอกาสถ่ายภาพที่ผาซึ่งเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยอีกจุดนึง จากนั้นค่อยเดินกลับไปที่พักก็ยังไม่สาย

ภาพจาก ททท
ตรงจุดนี้มีร้านข้าวแสนอร่อย จากที่เคยกินมาทุกร้านที่มีอยู่ตามผาแต่ละผา ส่วนตัวคิดว่าตรงผาหมากดูก อร่อยที่สุด (เป็นความชอบส่วนตัว) ก็รับประทานก่อนเดินทางต่อไปจุดบริการนักท่องเที่ยวหลังจากดูพระอาทิตย์ตกเรียบร้อยก็นับว่าเป็น Good Idea
อย่าลืมไปรับสัมภาระกับลูกหาบ
ก็ไปติดต่อรับของสัมภาระของเราก่อน เพราะลูกหาบเค้าจะรอจนกว่าเราจะมาถึงจะไปทำอะไรต่อได้ คราวนี้ถ้าใครไม่ได้จองที่พักอุทยานไว้ก็ต้องนอนเต๊นท์ หาที่กางซะ ถ้าไม่มีก็ต้องเช่า สำหรับโทรศัพท์หากจะ Charge เดี๋ยวนี้มันเอาไป Charge ที่ศูนย์นักท่องเที่ยวไม่ได้แล้ว เพราะ คนชอบ Charge เยอะ ทำให้ไฟตก ก็ต้องเอาไปขอ Charge ตามร้านข้าว ถ้าไม่อยากให้ดูน่าเกลียดก็ควรไปซื้อข้าวร้านเค้าด้วย อิๆ
ไฟฟ้าที่ภูกระดึงจะตัดไฟเป็นเวลา และจะมืดมิดยามค่ำคืน มืดมากๆ จนบางทีมีคนเมาๆแล้วไปฉี่ใส่อีกคนที่เมาหลับอยู่กะพื้นก็มี ฉะนั้นก็ต้องระวังด้วย
วันที่สอง ที่ภูกระดึง
ตื่นเช้ามาให้ไปผานกแอ่น เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น
ซักราวๆตีห้า กว่าๆ จะเป็นช่วงเวลาที่คนเริ่มทะยอยเดินไปที่ผานกแอ่น แนะนำว่าอย่าไปเดี่ยวเพราะบางทีมันมีช้างอาละวาด ไปเป็นกลุ่มนั่นแหละจะได้ไม่โดนเหยียบคนเดียว ล้อเล่น … ปกติเจ้าหน้าที่เค้าจะนำไปนั่นแหละ ใครที่ไปเร็วกว่าก็จะได้จองทำเลทองแห่งการถ่ายรูป ฟลุกๆอาจจะเจอทะเลหมอกสวยงาม

ผานกแอ่น เป็นผา Classic ในการดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ ภูกระดึง
ขากลับจากผานกแอ่นมาที่พักตอนเช้าอย่าลืมแวะไหว้พระ
บางคนเริ่ม Start เดินป่าเลยแต่จริงๆไม่ต้องรีบขนาดนั้น กลับมากินข้าวกินปลาก่อนก็ได้ ระหว่างขากลับจาก ผานกแอ่นมาที่พัก เราจะผ่านจุดที่ตั้งของพระพุธรูปบนลานหินกว้างๆ ก็ไหว้พระ ขอพร ขอให้ขาไม่เดี้ยง โอมเพี้ยง !
ไปเส้นทางสายน้ำตกก่อนเลย
ออกจากจุดที่พักเข้าเส้นทางสายน้ำตก เราจะผ่านน้ำตกหลายที่เช่น น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกถ้ำสอใต้ แต่น้ำตกที่เป็น Highlight จริงๆคือ น้ำตกเพ็ญพบไหม่ และน้ำตกถ้ำใหญ่

จุดที่ถ่ายรูปใบเมเปิ้ลที่สวยๆ บนภูกระดึงคือ น้ำตกเพ็ญพบใหม่ และน้ำตกถ้ำใหญ่
ทำไมถึงต้องเป็น น้ำตกเพ็ญพบไหม่ กับน้ำตกถ้ำใหญ่ ก็เพราะว่ามันเป้นจุดที่มีใบ maple เยอะมากๆ และตำแหน่งการร่วงของมันทำมุมกับองศาของแสงจากดวงอาทิตย์พอดี (มั่วไปนั่น) จริงๆแล้วด้วยลักษณะของน้ำตกทั้งสองที่บวกกับปริมาณใบไม้สีแดงๆที่ร่วงลงมาเต็มไปหมด (ต้องมาถูกช่วง) ตัดกับสีของมอส เขียวๆที่เกาะอยู่ตามลำน้ำ และสายน้ำพริ้วๆ ถือได้ว่าเป็น Sweet Spot ของบรรดาผู้ที่รักการถ่ายภาพ
หากใครเจอใบ Maple ที่อื่นๆ ให้หยุดอาการระริกระรี้ไว้ก่อน เพราะจุดที่เยอะและสวยสุดๆอยู่ที่ น้ำตกเพ็ญพบไหม่ กับน้ำตกถ้ำใหญ่ ให้คำนวนเวลาให้ดีๆ ไปเสียเวลาถ่ายรูปนานๆที่สองที่นี้ดีกว่า

นอกจากใบเมเปิ้ล บนภูกระดึงยังมีมุมดอกไม้สวยๆให้ถ่ายรูปอีกหลายจุดเลย
ใครมีเวลาแค่วันเดียวในการเดินป่าบนภูกระดึง ตัดสระอโนดาตไปเลย
เพราะว่าถ้าไปทางนั้นมันจะไม่ทันไปถึงผาหล่มสักอันเป็นผาที่ทุกคนที่ไปภูกระดึงควรต้องไป แต่หากใครไม่ค่อยถ่ายรูป และสามารถเดินได้หลายสิบโลฯในวันเดียวได้ก็ไปเถอะ หรือพวกที่ มีเวลาบนนั้นสองวันก็ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาอยู่ที่น้ำตกนานๆ ชิวๆ แวะสระอโนดาตแล้วค่อยกลับไปที่พักแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยเดินเที่ยวเก็บเส้นทางเลียบผาก็ได้
พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก
เมื่อเก็บเส้นทางน้ำตกเสร็จแล้ว ให้รีบเดินไปที่ผาหล่มสัก ซึ่งเป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นใหญ่อยู่ใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุด จึงทำให้นักท่องเที่ยว ช่างภาพนิยมไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ผาแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึงเลย

ไปดู พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก
เมื่อพระอาทิตย์ตกไปแล้วทีนี้ถึงคราวหฤโหดอีกครั้ง เพราะระยะทางจากผาหล่มสักกลับไปที่พักมีระยะทางกว่า 8-9 กิโลเลยทีเดียว ซึ่งเคยลองเดินๆวิ่งๆ ยังใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งเลย ถ้าเดินปกติ ออกจากผาหล่มสัก 6 โมง ยังไปถึงที่พักเอาเกือบสามทุ่มเลย ตรงนี้ถ้าจะให้ดี ควรพกไฟฉายไปด้วย เพราะระหว่างทางบางทีจะมืดมากๆ น่ากลัว แต่แนะนำให้ไปกะกิ๊กหรือคนที่เล็งอยู่จะสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ หึๆๆ
คราวนี้ก็มาเข้าที่พัก ถึงตอนนี้ ขาท่านจะเริ่มขยับลำบาก นอนๆอยู่จะได้ยินเสียงเพื่อนๆของท่าคราง อูวๆๆๆๆ โอวววววๆๆๆๆ โอยๆๆๆๆ อย่า! อย่านึกว่าเป็นเสียงอย่างว่า แต่มันคือเสียงแห่งความทรมานของคนขาเดี้ยง หลายๆคนจะสลบไสลไปเลย ก็ไม่แปลกหรอก เดินระห่ำมา สองวันติดๆแล้ว
ยังไม่หมดแค่นี้ เดี๋ยวตอนต่อไปมา Review เส้นทางเลียบผากัน สำหรับคนที่ไม่มีเวลาเพราะวันรุ่งขึ้นต้องเดินทางกลับ ก็ลองไปอ่านๆดูด้วยก็ได้ เพราะจะทำให้รู้ว่าเราจะเจออะไร จริงๆแล้วตอนเดินไปผาหล่มสัก เราก็ผ่านผาพวกนี้มาหมดแล้วเพียงแต่อาจจะไม่ค่อยได้แวะอะไรมาก เพราะต้องทำเวลา
สรุปคร่าวๆก็คือ เที่ยวภูกระดึงเราสามารถเก็บสถานที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึงที่สำคัญๆกว่า 90% ได้ภายในวันเดียว แต่ถ้าหากใครมีเวลาอยู่ต่ออีกวันก็ไม่ต้องรีบ พอเดินเส้นทางสายน้ำตกเสร็จก็ไปที่สระอโนดาตแล้วก็กลับที่พักเลย ไว้ไปผาหล่มสักวันรุ่งขึ้นก็ได้
